REVIEW Ra'an lipstick : Texture silky matte เนียนนุ่ม สีน่ารักกก ติดทน

REVIEW Ra'an lipstick


 ลิปสติกแบรนด์ไทยกับ Texture silky matte เนียนนุ่ม สีน่ารักกก ติดทน






สวัสดีค่ะ วันนี้หวานพาแบรนด์ใหม่ RA'ANจาก Cosmeticsbyraan
มาสวอช + รีวิวให้ชมกันนนน เอาจริงๆคือไม่ได้รู้จักมักจี่กันมาก่อน 
แต่คุณภาพ Texture คือเยี่ยมจริงๆ ปากไม่แห้งเลยย สีน่ารัก ทาแล้วปากก็ดูเนียนไม่ตกร่องด้วย


โดยสีที่หวานเลือกมาจะมีความ Neutral โทน 
ทาได้หมดทั้งผิวขาว ผิวแทน แล้วก็รวมๆทาในชีวิตประจำวันได้จริงๆ 


เลือกมา 4 สี 
มีสีอะไรบ้างงงง เชิญรับชมแบบคลิป



แต่ ถ้าไม่อยากดูเป็นคลิปเราก็มีเวอร์ชั่นภาพให้ดูเช่นกันน
ไล่จากซ้ายไปขวาบนลงล่าง
สี Nothing hill/ Adaline/ Twilight /Fitty shade



ไปดูทีละสี
เริ่มที่สีแรก.....

Nothing hill 
กับโทนอบอุ่น สีนู้ดชานมเจือชมพูเล็กๆ แนวเกาๆ 
หรือสาวเรียบร้อยต้องโดนสีนี้จริงๆ






สีต่อมา
Adaline
สีน้ำตาลเจือส้มนิดๆ สไตล์วินเทจ สีค่อนข้างเข้มนิดนึง แต่ทาแล้วดูไบร์ทๆดีนะ







สีที่สาม
Twilight
สีแดงเจือตุ่นๆนิดนึงงง เราว่าแดงกำลังดี ชมพูนิดๆ ทาแล้วนัวสุดด
ส่วนตัวชอบสีนี้ แนะนำ... 





สีสุดท้าย
Fiftyshade
แดงอมชมพูสดใส//// ไม่รู้ยังไง แต่ทาสีนี้แล้วดูแซ่บเป็นพิเศษ







จบจากสวอชประมาณนี้
เราว่า เราชอบนะ ชอบตั้งแต่ first impression
ลองใช้จริงๆตลอดวัน ก็คอมเฟิมว่าติดทนมากๆ 


ให้คะแนน 4.8 /5 คะแนน

ดีมากๆ สี บรรจุภัณฑ์ เนื้อสัมผัส ความติดทน
 หักคะแนน 0.2 ทดไว้ในใจ ให้เพื่อนๆได้ลองกันเอง55555 ///
คือดูแมทแต่ไม่แป้งๆ ไม่ตกร่อง คือเนื้อลิปในฝันเลยย 

วิธีทาที่ดีคือแบบในคลิปเลย ทาด้วยแปรง 
แล้วแทปๆส่วนเกินออกนิดนึงด้วยนิ้ว จะได้เทกเจอร์เรียบไปกับปาก 

ONE DAY TRIP with Bus no.9 มิวเซียมสยาม/นภสร/หลงทาง(จริงๆ)/พิพิธภัณฑ์เหรียญ/หอศิลป์/ตลาดพลู

ONE DAY TRIP with Bus no.9 
1 วันกับรถเมถ์สาย 9 



พอหาเพลนเดินทางแล้ว เราพบว่ารถเมถ์สาย9 ไปได้หลายที่มากๆ
--วงเวียนใหญ่ ปากคลอง สะพานพุทธ เสาชิงช้า บางลำพู หอสมุดแห่งชาติ รพ.วชิระ รถไฟสามเสน 
ถนนข้าวสาร bangkokcity(ห้องสมุดใหม่) ตลาดพลู -- นั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของเรา....

ส่วนเป้าหมายหลักที่เราจะไป ก็จะมีมิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์เหรียญ และอาจจะเก็บตกที่อื่นนิดๆหน่อยๆ เท่าที่จะทำได้ 



......การเดินทางคือเรา เริ่มต้นจากการซื้อกล้องตัวแรก #หนี้ก้อนแรก 
คล้ายๆว่าซื้อมาใหม่ก็จะเห่อหน่อยๆ  คนท้ั่วไปก็น่าจะมีอาการประมาณเรามั้ง
อยากไปถ่ายรูปเล่นอย่างแรงกล้าาาา ซึ่งการถ่ายรูปของเราเน้นแนว portrait 
ตามสไตล์สายโซเซียล แต่กระนั้นยังต้องเที่ยวใกล้ๆบ้าน เพราะวันจันทร์ฉันยังต้องไปทำงาน
บวกกับรถก็ไม่มี เงินเดือนก็นับว่ากรอบแกรบเพราะกลางเดือนแล้ว 
บวกกับจะต้องไปมิวเซียมตามรีเควสของน้องสาวที่สัญญาไว้ตั้งนานนม  
ก็เลยสรุปได้ว่า เราจะเดินทางกันโดยรถเมถ์ only 





เริ่มต้นที่หน้าปากซอยบ้าน จะว่าไปตอนนี้ทั้งฟุตบาท จุดรอรถ ก็ดีกว่าสมัยยังต้องนั่งรถเมถ์ไปเรียนเยอะมากๆๆ ดูอิฐนั้นซิ 
มารอรถเมถ์ก็เป็นก็สน่ห์นึงแหะ ไม่รู้เลยว่าจะมาตอนไหน 5555 วันนี้วันเสาร์คนน้อยสุดๆ รถเมถ์ที่ได้นั่ง ก็จะเป็นสาย 9 ปรับอากาศราคา 13 บาทตลอดสาย 


จุดแรกที่นั่งรถเมถ์สาย 9 มาลงคือ ป้ายตรงปากคลองตลาด จากนั้นให้เดินตรงมายาวๆจนสุดถนนแล้วเลี้ยวขวามาจะเจอที่กว้างๆโล่ง แล้วก็สะพานสีขาวที่เรียกว่า สะพานเจริญรัช ข้ามถนนมาฝั่งสถานีตำรวจ หาป้ายที่เขียนว่า ถนนสนามไชย มองตรงไปก็จะเห็น มิวเซียมสยาม






แถวนี้ก็จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะๆ ซีดๆหน่อย แต่เป็นประโยชน์นะ มีต่างชาติเดินสวนกันไปมาเป็นระยะๆ ที่ได้แต่นึกในใจว่า อย่าถามทางฉันนะ = = เพราะว่าฉันนั้นก็ไม่รู้ทางงง


มิวเซียมสยาม ก็เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เคยมาเมื่อนานมากแล้ว เราเคยประทับใจที่นี้นะ
แบบว่าเล่าเรื่องประเทศไทยได้ดี ในนิทรรศการถาวร ชุด เรียงความสยามประเทศ 
ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงปรับปรุง ตึ้งโป๊ะ !! ถถถถถ 
ความแต้มบุญน้อยนี้มันน่ากลัวจริงๆ ไปตรงไหนก็ปรับปรุง 55555
มีนิทรรศการเล็กๆจัดอยู่ ชื่อ ไทยทำ ทำ ทำไม 
แล้วส่วนข้าพเจ้าในวันนี้กับคอนเซ็ป ฉันมา มาทำอะไร (ในวันที่มิวเซียมปิดปรับปรุง)


 



 





คอนเซปน่าสนใจ ไทยทำ ทำ ทำไม ก็จะมีพื้นที่จัดแสดงอยู่ 1 ห้องใหญ่ ก็จะมีสิ่งประดิษฐ์สมัยก่อน ที่เอามาวางโชว์ไว้ ซึ่งบางอันเห็นแล้วก็ อ๋อ... แล้วก็อันที่เห็นแล้วก็เอ๊ะ 
ไว้ปรับปรุงส่วนถาวรเสร็จ จะแวะมาดูอีกที.....


สำหรับ พิพิธภัณฑ์ที่นี้สถาปัตยกรรมธีมขาว เหลือง แล้วก็มีต้นไม้เขียวๆ เป็นสไตล์ที่ถ่ายรูปสวยดี มีส่วนที่เป็น outdoor กว้างๆเลยด้วย รอบๆพิพิญภัณฑ์ก็มีจะเด็กๆมาวิ่งเล่น แล้วก็ผู้สูงอายุมานั่งชมสวนอยู่ด้วยเหมือนกัน 




อันนี้ส่วนนึงของงาน มีไฝกันตรงไหนบ้าง.... / มีซุ้มอาหารขายด้วย ราคาแรงประมาณนึง 

 




ชอบกรีนโซนข้างนอกนะ เขียวสะใจ ที่กว้างมากๆ 

-----หลังจากเดินมิวเซียมสยามเสร็จ แล้วก็กลับมาที่ปากคลองตลาด 



  ปากคลองตลาดหน้าตาไม่เหมือนที่คุ้นเคยเลย จำได้ว่าสมัยก่อนมีดอกไม้ขายเยอะมากกกก ส่วนตอนนี้เหลือแต่ร้านที่อยู่ในตึกเอง
หาร้านคาเฟ่ชิคๆคูลๆ นั้นก็คือ นภสร คาเฟ่





นึกว่ามานั่งกินที่ทองหล่อ บรรยากาศในร้านดูดีมากก  และราคาแรงมากฮับบ 
โกโก้ 120 บาท ร้านค่อนข้างเล็กนะ ชั้นล่างมีโซนจัดดอกไม้ ซึ่งตอนไปกำลังจัดกันอย่างจริงจัง ส่วนชั้น2 
ก็เป็นคาเฟ่ แค่เดินเข้ามาก็รู้สึกถึงความวินเทจ ทุกชิ้นเป็นเฟอร์ที่ประดับ+ขาย มีป้ายราคาติดเกือบทุกชิ้นเลย 
ได้มานั่งแปบเดียวเอง เพราะเดียวต้องไปต่อ รู้สึกดอกไม้ใบไม้แห้งๆกว่าที่คิดไปเยอะไม่สดชื่นเท่าไร แต่แอร์ฉ่ำสดชื่นนะ 5555
โกโก้โอเคเลย อร่อยยย ส่วนในร้านแสงน้อยมากๆฮับ 
 


ปล,ใครมาถ่ายกล้องมือถือน่าจะไม่ได้รูปไปอย่างแน่นอน55555 แสงน้อยจนต้องยอมใจจรืงๆ ..... 




ต่อไปก็นั่งรถเมถ์สาย9 อีกครั้ง เป้าหมายต่อไปคือพิพิธภัณฑ์เหรียญ
ซึ่งต้องทำการรถเมถ์เหมือนเดิมแต่นั่งไปไกลมากกกกก เพราะหลงทางอย่างแท้ทรู 
ความเชื่อใจในตัวพี่กระเป๋ารถเมถ์ได้หมดไป... ความจริงต้องมาลงที่บางลำภู เดินเอาแอบได้นะ 
ซึ่งห่างจากปากคลองราวๆ3-4ป้ายรถเมถ์เท่านั้น 
รถเมถ์ก็วิ่งไปแบบไหลๆไม่มีการรถติดใดๆรู้ตัวอีกทีก็ถึงอู่สถานีรถไฟสามเสนแล้วจ้า55555 . . 

ก็เลยได้รับความช่วยเหลือจากคุณพี่นายท่า นั่งรถเมถ์สายเดิมกลับมาลง55555
และแน่นอนว่ามาถึงจนได้ 


พิพิธภัณฑ์เหรียญ แน่นอนว่าตแนนี้มีการปิดปรุงในโซน ชั้น2 และชั้น 3 (โซนแสดงเหรียญจริงๆ)
แต้มบุญน้อยอย่างคาดไม่ถึงจริงๆ ซึ่งโซนแสดงเหรียญเปิดอีกทีช่วงปลายปีนะ 
โซนที่เปิดอยู่ตอนนี้ก็เลยมีแค่ชั้น 1 เข้าฟรีจ้าาา มีห้องถ้ำ แบบ3D สั่นและแสงแสงสี กับห้องป่าโชว์อุปกรณ์ที่เคยเป็นสื่อในการแลกเปลี่ยนในยุคก่อนๆ
ตื่นเต้นดีเหมือนกัน ใช้เวลาชมเเค่ 20 นาทีเองงง

มีประวัติของการใช้เหรียญจุดเริ่มต้นแบบเชิงประวัติหน่อยๆ enjoy ดีนะ เหมาะกับเด็กๆแหละ 

ที่นี้ก็มีกรีนโซนด้านนอกเช่นกันน ถ้ามาถ่ายรูปก็สวยงามม ภายนอกธีมขาวเหลืองคล้ายๆมิวเซียมสยามสูงมากกก 
ไว้มีโอกาสต้องมาอีกทีตอนปรับปรุงเสร็จแล้วอ่ะนะ มีเหรียญจริงมาโชว์ด้วยย รอกันต่อปายยยย


แล้วก็มาหอศิลป์เจ้าฟ้าที่อยู่ติดกันกับพิพิธภัณฑ์เหรียญเลยย เดินย้อนขึ้นมาได้ 


ตอนนั้นไปถึงประมาณ 4 โมง เกือบจะไม่ทันแล้วเพราะ หอศิลป์ปิด 4 โมงครึ่ง 
ตอนนี้มีนิทรรศการถาวร ภาพวาดฝีพระหัตย์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯรัชกาลที่ 9 
เข้าชมแล้วประทับใจมากจริงๆ สวยสุดๆ ซึ่งส่วนที่เป็นนิทรรศการถาวร ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปค่ะ


ส่วนที่เป็นโซนอื่นถ่ายรูปได้ปกติเลยย สวยๆหลายชิ้น เสน่ห์ของหอศิลป์ทุกที่ก็คือ 
รูปที่มาวางก็จะมาแบบต่างวาระ ต่างคอนเซปกัน รับรองว่าได้ชมแบบหลากหลายสุดๆไปเลย 
ชอบหลายรูปเลยรอบนี้....ก็มีโอกาสถ้าไม่เคยไปดู art gallery สักครั้งก็แนะนำเลย 
สุนทรีย์แบบเงียบๆกับตัวเอง และที่นี้ก็เข้าฟรีด้วยย

Howto Make up X REYA ลุคหวานๆ มาใสๆ



กลับไป


HOWTO MAKE UP X REYA  
ฮาวทูนี้เป็นพาร์ทต่อเนื่องจากรีวิวลิปแหละ
มี 2 ลุค เป็นหวานๆกับแซ่บๆ แบบง่ายทั้ง 2 ลุคเลยไปดูเลยย

 Sweet Make up Look
 แนวหวานใส ไปไหนก็ได้ผู้ใหญ่ไม่ตกใจ5555 ใช้สี 05 เบาๆสุด
ในสีทั้งหมดมาใช้แบบบลัชกับลิปเนอะ สีแซ่บนิดๆขอแบรคตาให้เบาๆสุด





Before - After 







 1. 


งานผิววันนี้ใช้ CC ครีม บางเบาๆไม่ได้เน้นปกปิดอะไรมากเนอะ
ลงแป้งเพื่อเซตเล็กน้อย แล้วลงบลัชออนกันเลยย



2.

บลัชวันนี้ใช้ลิปผสมกับครีมบำรุง แล้วก็แทปๆลงไป
เน้นลงหน้าแก้มกับปลายจมูกเล็กน้อยๆ 



3. ตาจะใช้โทนค่อนข้างสว่าง
ประมาณนี้ สีเข้มที่สุดสำหรับคัดเบ้าเป็นชมพูอมเทา 

สีวิ้งๆขอเป็นประกายขาว ทำให้ตาดูสว่างฟุ้งๆ
ใช้ดินสอเขียนคิ้วสำหรับเขียนขอบตาเบาๆ


ลงสีเบสขาวๆลงไปก่อน>ใช้สีวิ้งสีขาวทับลงไป>คัดเบ้าด้วยสีเมท
>ใช้ดินสอวาดไลน์เนอร์บางๆวาดเลยหางตายาวออกไปเล็กน้อย


4. ต่อไปทาปากกันเลยย สีชมพูนมส้มๆสีมีความนีออนนิดๆ
ทาในลุคหวานใสๆ ทำให้ดูสดใสดีนะ 

ทาเป็นแบบไล่สี>ลงแป้งฝุ่นบางๆก่อน>แตะสีลิปลงไป>เกลี่ยให้ทั่วไป
>ลงคอนซีลเลอร์ที่ขอบปาก>แล้วเกลี่ยให้ฟุ้งๆ



FINISH LOOK